รัฐบาลสหราชอาณาจักรและกรุงเทพมหานครลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อขับเคลื่อนการขนส่งอย่างยั่งยืน
เสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย–สหราชอาณาจักร: รัฐบาลสหราชอาณาจักรและกรุงเทพมหานครลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อขับเคลื่อนการขนส่งอย่างยั่งยืน
รัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ
โดย นายมาร์ค กูดดิ้ง (HE Mr Mark Gooding OBE) เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย
และกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม
หนังสือแสดงเจตจำนงฉบับนี้ต่อยอดจากความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร อาทิ โครงการ UK PACT (Partnering for Accelerated Climate Transitions) – Thailand Country Fund และแผนงานความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ไทย–สหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นชอบดำเนินการร่วมกันเมื่อเดือนมีนาคม 2567 โดยโครงการ UK PACT Thailand มีงบประมาณสนับสนุนสูงสุด 6,000,000 ปอนด์ (ประมาณ 256,584,780 บาท) มุ่งเน้นด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนและการเงินสีเขียว ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ได้แก่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 47 ภายในปี
พ.ศ. 2578 และการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปีพ.ศ. 2593
ภายใต้หนังสือแสดงเจตจำนงฯ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันผลักดันโครงการความร่วมมือ เช่น
- การพัฒนาขีดความสามารถเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยคำนึงถึงความครอบคลุมทางสังคมโดยการศึกษาแนวทางนโยบายพัฒนาหลักสูตรการฝึกอาชีพเพื่อเป็นช่างที่มีความสามารถตามแนวโน้มการใช้งานรถพลังงานไฟฟ้า
- การวางแผนการใช้พื้นที่และการขนส่งแบบบูรณาการด้วยการสัญจรที่มีประสิทธิภาพ การขนส่งที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ และการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development: TOD)
- การลดฝุ่น PM2.5 ผ่านการปรับปรุงเส้นทางระบบขนส่งสาธารณะ
- การศึกษาแนวทางการเก็บค่าธรรมเนียมการจราจรคับคั่ง (Congestion charge) ร่วมกับส่งเสริมการขนส่งสาธารณะแบบบูรณาการเพื่อให้เกิดเขตปลอดมลพิษ (Low Emission Zone: LEZ)
กรุงเทพมหานครได้ดำเนินงานนำร่องการขนส่งสาธารณะแบบบูรณาการเพื่อให้เกิดเขต
ปลอดมลพิษ (LEZ) ซึ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยสามารถลดระดับฝุ่น PM2.5 ได้มากถึงร้อยละ 15.6 ในเขตพื้นที่ใจกลางเมือง และมีแผนขยายมาตรการดังกล่าวให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ภายในปีพ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น
นายมาร์ค กูดดิ้ง เอกอัครราชทูตอังกฤษ กล่าวว่า “ความร่วมมือนี้ไม่ใช่เพียง
การแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ แต่เป็นการร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อรับมือความท้าทายเร่งด่วนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเป็นเมือง ด้วยการผนึกกำลัง เราจะเร่งดำเนินการให้บรรลุสู่เป้าหมายการปล่อย
ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ การปรับปรุงคุณภาพอากาศ และการสร้างเมืองที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับคนรุ่นต่อไป”
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความร่วมมือกับรัฐบาล
สหราชอาณาจักรครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของกรุงเทพมหานคร การใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักรและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ จะช่วยให้กรุงเทพมหานครบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซ
เรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพมหานคร”
ความร่วมมือไทย – สหราชอาณาจักรคาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม ได้แก่
- การเพิ่มขีดความสามารถด้านการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร
- การเสริมความเข้มแข็งของกรอบนโยบายและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
- การเพิ่มโอกาสด้านการลงทุน นวัตกรรม และการสร้างงานในภาคเศรษฐกิจสีเขียว
- การยกระดับความปลอดภัยทางถนนและผลลัพธ์ด้านสาธารณสุขสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับชาติของประเทศไทยในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปีพ.ศ. 2593 และสอดรับกับบทบาทผู้นำระดับโลกของสหราชอาณาจักรด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ
นอกจากโครงการ UK PACT Thailand แล้ว ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือความร่วมมือที่มีอยู่และแนวทางใหม่ ๆ ทั้งด้านความปลอดภัยทางถนน ความร่วมมือด้านกงสุล และประเด็นอื่น ๆ รวมถึงการเงินเพื่อ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) โดยสหราชอาณาจักรและกรุงเทพมหานครจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการลดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ รู้สึกยินดียิ่งที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสนับสนุนการดำเนินความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และพร้อมสนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสวมหมวกนิรภัย การขับขี่ขณะมึนเมา และการกำกับดูแลธุรกิจเช่ารถจักรยานยนต์ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษกว่า 1,000,000 คน ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยในแต่ละปี
รัฐบาลสหราชอาณาจักรและกรุงเทพมหานครมุ่งมั่นที่จะสานต่อและยกระดับความร่วมมือ
ในระยะยาว เพื่อร่วมกันบรรลุวิสัยทัศน์ของอนาคตที่มีคาร์บอนต่ำ ยั่งยืน และปลอดภัยสำหรับทุกคน